สาวพิการแขนด้วนสามีทิ้ง สู้สุดใจใช้เบี้ยยังชีพเลี้ยงลูก

อกแม่ขาดเจ้าไม่ได้! หญิงพิการไม่ยอมแพ้แม้แขนด้วน-ขาสั้นเดินไม่ได้ เผยชีวิตคู่ฝ่าอุปสรรคถูกทิ้ง ใจคงสู้ใช้เบี้ยยังชีพ 800 บาทเลี้ยงลูก กรณีโลกออนไลน์แชร์ความรักสุดยิ่งใหญ่ของแม่พิการท่านหนึ่ง จากสมาชิกเฟซบุ๊ก “เพชรรัตน์ จันรอง” โดยระบุว่า เธอต้องใช้ชีวิตคู่อย่างโดดเดี่ยว ดิ้นรนหาเลี้ยงลูกชายวัย 5 เดือนที่กำลังเติบโตอย่างน่ารักน่าเอ็นดู แม้ร่างกายไร้แขนทั้งสองข้าง และขาเล็กสั้นที่พิการเดินไม่ได้

แต่ขีดจำกัดทางร่างกาย ไม่สามารถเป็นอุปสรรคชีวิตและหยุดความพยายามที่มีหัวใจคิดสู้ได้เลย แต่ภายหลังถูกกระแสโจมตีเป็นเรื่องหลอกลวง เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 13 เม.ย. สอบถามไปยัง น.ส.เพ็ญนภา ผ่องศรีงาม อายุ 21 ปี ผู้เป็นแม่หัวใจไม่พิการรายนี้ เปิดเผยว่า ตนอาศัยอยู่ที่หมู่ 4 บ้านโนนแก้ว ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ซึ่งพิการเช่นนี้มาตั้งแต่กำเนิด แม้จะมีความน้อยเนื้อต่ำใจในตัวเองบ้าง ที่เกิดมาไม่เหมือนคนอื่น ทำอะไรก็ทำไม่ได้ แต่ได้พยายามเรียนรู้การใช้ชีวิต เพราะพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่อายุ 7 ปี จึงอาศัยและถูกเลี้ยงดูจากปู่กับย่า โดยช่วงวัยเด็กไม่เคยได้เรียนหนังสือ กระทั่งอายุ 15 ปี จึงได้เข้าเรียนที่รร.ศรีสังวาลย์ขอนแก่น จนจบป.6 มีเพื่อนๆ มากมายที่เป็นมากกว่า ตนเขายังสู้ ทำไมเราจะไม่สู้ พยายามหัดวาดรูปด้วยเท้า ถ่ายทอดความรู้สึกกลายเป็นภาพบรรยากาศชีวิตท้องไร่ท้องนา ใช้เวลา 2-3 วันกว่าจะได้แต่ละภาพ หลังจากนั้นคุณครูจะนำไปขายให้ เคยสร้างรายได้ 1-2 พันบาท/รูป ผู้ที่ซื้อไปก็บอกว่า คนที่ไม่ได้มีพรสวรรค์ มือเท้าครบสมบูรณ์ยังวาดออกมาไม่สวยเท่านี้เลย

น.ส.เพ็ญนภา เผยอีกว่า ช่วงวัยรุ่นได้พบกับแฟนหนุ่ม ซึ่งถามเขาว่า รับได้หรือไม่ที่ตนเป็นแบบนี้ เขารับได้และคบกันหมั้นหมายไว้ จนฝ่ายชายเปลี่ยนไป เริ่มตีตัวออกห่าง กระทั่งตั้งท้องจึงบอกให้ฝ่ายชายมาสู่ขอตามประเพณี ญาติผู้ใหญ่ขอสินสอด 2 หมื่นบาท แต่เขาบอกว่าไม่มีเงิน ตนจึงแนะว่า ทำงานเก็บเงินค่อยมาแต่งทีหลังก็ได้ แต่สุดท้ายก็ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ตนจึงคิดได้ว่าจะต้องเข้มแข็ง อยู่เป็นทั้งพ่อและแม่ของลูก ด.ช.พรพิพัฒน์ แม้ตนจะไปทำงานที่ไหนไม่ได้ แต่ทุกวันนี้เบี้ยคนพิการ 800 บาท ก็สามารถชุบเลี้ยงดูลูก แม้จะไม่เพียงพอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

“พูดแล้วจะร้องไห้ แต่ทุกๆ ครั้งมีความสุขมากที่ได้เห็นหน้าลูก แม้จะเหนื่อยจะหนักแค่ไหน รอยยิ้มของลูกคือสิ่งที่ช่วยได้ ได้ยินเสียงร้องรอยยิ้ม เรียกชื่อเขาก็หายเหนื่อยแล้ว หากใครที่กำลังท้อแท้ ขอให้สู้ไปด้วยกัน แม้ร่างกายเราจะพิการ แต่ใจไม่ได้พิการ ทำเท่าที่แรงสามารถทำได้ ใช้เท้าเขียนหนังสือและหยิบจับทุกอย่างแทนมือ เพราะนอกจากนี้หนูก็พยายามฝึกพูดสื่อสารให้คล่อง เคยทำงานเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ แต่ถ้าเจอคำศัพท์ยากๆ จึงยังไม่ค่อยถูกต้อง” แม่หัวใจไม่พิการรายนี้ กล่าวทิ้งท้าย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews